บทความ Network - ศูนย์อบรมด้านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ให้บริการอบรมด้านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

บจ.จีเนียสย์ ดีเวลลอป
ez-admin training center

02-5096715,082-5674413
contact@ez-admin.com

EZ-ADMIN

บทความ Network

นำเสนอความรู้ดีๆ เพื่อการใช้งานระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์อย่างมีคุณภาพ

ชี้ชัด!!! ความปลอดภัยและการเข้ารหัสของ Wi-Fi เลือกแบบไหนดี

     หลายคนคงสับสนไม่น้อยเวลาที่กำหนดค่าการเข้ารหัสที่ตัว Access Point เพราะมีตัวเลือกมากมาย เช่น WEP, WPA, WPA2-TKIP, WPA2-AES หรือ Open ดังนั้นบทความนี้จะชี้ชัดกันเลยว่าการเข้ารหัสแบบไหนที่ปลอดภัยและให้ประสิทธิภาพในการทำงานมากที่สุด

การเข้ารหัส WiFiแบบที่ดี

ทำไมต้องเข้ารหัส?

     การเข้ารหัสเชื่อมต่อ Access Point เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นสามารถเชื่อมต่อเข้ามาในระบบเครือข่ายของเราโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่อย่างนั้นคลื่นไร้สายที่แพร่กระจายออกมาจาก Access Point ของเรา อาจทำให้ผู้ไม่หวังดีเชื่อมต่อเข้ามาที่ Access Point แล้วโจมตีการทำงานระบบเครือข่ายของเราได้โดยง่าย รวมถึงยังสามารถดักจับข้อมูลสำคัญ และเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบผิดกฎหมายแล้วโยนความผิดมาที่เราได้

     ดังนั้นการเข้ารหัสจึงเป็นสิ่งสำคัญเมื่อเราเปิดใช้งาน Access Point แต่การเลือกมาตรฐานการเข้ารหัสที่ไม่เหมาะสมก็อาจมีผลกระทบกับการใช้งาน Wi-Fi ของเรา ดังนั้นการทำความเข้าใจกับตัวเลือกต่างๆ ในระดับหนึ่ง ย่อมเป็นสิ่งที่เราควรทำ เพื่อให้สามารถตัดสินใจเลือกค่าที่เหมาะสมได้ด้วยตัวของเราเอง

บทความแนะนำการเลือกวิธีการเข้ารหัส WiFi ที่ปลอดภัย

คลิกอ่านบทความทั้งหมด

     สำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหาข้อมูลสูญหายทั้งจากในฮาร์ดิสก์,การ์ดหน่วยความจำ,แฟลชไดฟร์,แผ่นฟล็อบปี้ดิสก์ หรือไฟร์ข้อมูลต่างๆอันเนื่องมาจากการลบข้อมูลที่ผิดพลาดหรือเกิดจากพาร์ทิชั่นของไดฟร์ข้อมูลเหล่านี้เกิดความเสียหาย ในที่นี้ขอแนะนำโปรแกรมที่ชื่อ Recover My File ที่จะเป็นตัวช่วยที่ดีให้สามารถนำไฟล์ข้อมูลเหล่านั้นกลับมาคืนได้อย่างง่ายดาย โดยไม่จำเป็นต้องไปหาผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์มาทำให้ เพราะตัวโปรแกรมถูกออกแบบมาให้มีขั้นตอนการใช้งานที่ไมยุ่งยาก แต่มีประสิทธิภาพสูงสามารถกู้ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว

คลิกอ่านบทความเพิ่มเติม

     10 Gigabit Ethernet (หรือ 10 GE, 10 GbE, 10 GigE ซึ่งเรียกกันหลายชื่อ) เป็นมาตรฐานที่เปิดขึ้นในปี 2002 บนมาตรฐานของ IEEE Std 802.3ae-2002 ซึ่งเป็นระดับความเร็วสูงสุดของมาตรฐาน Ethernet แต่มีการระบุเวอร์ชั่นของ Ethernet โดยจะต้องมีอัตราข้อมูลเท่ากับ 10 Gbit/s IEEE Std 802.3ae-2002 (หรือมาตรฐาน 10 Gigabit Ethernet ) มีความแตกต่างต่างกันจากมาตรฐานEthernet ทั่วไป โดยฟังก์ชันที่ใช้งานจะมีการทำงานผ่านทางสายไฟเบอร์ออพติก และการทำงานในโหมดฟูล-ดูเพล็กซ์
     มาตรฐาน 10 Gigabit Ethernet สามารถเพิ่มความสามารถให้กับโปรโตคอล IEEE 802.3ae โดยเพิ่มความเร็วได้ถึง 10 Gbps และรองรับการขยายความสามารถของแอพพลิเคชัน ให้ทำงานผ่านการลิงค์กันในเครือข่าย WAN ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังได้เพิ่มการทำงานของแบนด์วิดธ์ให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตามมาตรฐาน 802.3 อีกด้วย

คลิกอ่านบทความทั้งหมด

     Diskless คืออะไร ก่อนอื่นผมอยากแนะนำให้ผู้อ่านได้รู้จักกับระบบนี้กันก่อน เพราะตอนนี้ผมคิดว่าระบบนี้กำลังเป็นที่นิยม (ขอขยายความว่าอย่างแรง) ด้วยครับ เพราะ Diskless เป็นระบบที่ทำให้ Admin หรือผู้ดูแลระบบสามารถบริหารจัดการเครื่อง Client ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะสามารถลดปัญหาในเรื่องของไวรัสและการทำงานซ้ำบ่อยๆ ไปได้เกือบ 90% เลย นอกจากนี้ยังมีข้อดีอื่นๆ อีกมาก ซึ่งผมจะแนะนำให้ผู้อ่านได้รู้จักกันต่อไป ถ้าอยากรู้ก็ตามมาอ่านกันต่อให้จบได้เลยครับ

    Diskless System คือระบบที่เครื่อง Client จะไม่มีฮาร์ดดิสก์ แต่อาศัยการบู๊ตเครื่องจากการ์ด LAN และไปดึงเอาไฟล์ Image ที่มีข้อมูลของระบบปฎิบัติการ เช่น Windows หรือ Linux รวมถึงไฟล์ Image ที่เป็นข้อมูลอื่นๆ จากเครื่อง Server มาใช้เป็นฮาร์ดดิสก์แทน
 

     คอมพิวเตอร์ที่อยู่บนเครือข่ายเดียวกันจะสามารถมองเห็นและใช้ทรัพยากรร่วมกันได้ แต่ในกรณีที่เราต้องการซ่อนคอมพิวเตอร์ที่อยู่บนเครือข่ายของเราไม่ให้คนอื่นมองเห็นได้ง่ายๆ เราก็สามารถซ่อนคอมพิวเตอร์นั้นได้ โดยมีขั้นตอน ดังนี้

     1. ก่อนอื่นต้องตรวจสอบว่า Server service ของคุณรันทํางานอยู่หรือเปล่า ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ โดยไปที่ Start > Run > พิมพ์คำว่า services.msc แล้วคลิกปุ่ม OK หรือกด Enter ที่คีย์บอร์ด จากนั้นรอสักครู่ Service Console Management ก็จะปรากฏขึ้นมา ให้เลื่อน scroll bar หา Service Name ที่ชื่อว่า Server แล้วดูที่ Status ว่าเป็น Started อยูหรือเปล่า

* ถ้าไม่ใช่ให้ทําการ Start โดยคลิกขวาที่ Server service > Start รอสักครู่จนกว่า Status เป็น Started แล้วทําตามขั้นตอนต่อไปที่จะกล่าวถึง
* แต่ถ้า Status เป็น Started แล้วก็สามารถดําเนินการตามขั้นตอนต่อไปได้เลย 

คลิกอ่านบทความเพิ่มเติม

     แต่เดิมนั้นรูปแบบการให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Internet Wireless) มีรัศมีบริการระยะประมาณ 100 เมตรในที่โล่ง ถูกนำไปปรับใช้เพื่อบริการในองค์กรทุกระดับ เพราะค่าใช้จ่ายของเครือข่ายแต่ละวงประมาณ 3,000 บาท ซึ่งลดลงกว่าแต่ก่อนมาก ติดตั้งได้ง่าย อาจใช้เพียงวงเดียวสำหรับองค์กรขนาดเล็ก บ้านพักอาศัยอาจเลือกใช้เป็นเครือข่ายหลักในบ้านแทนระบบเครือข่ายแบบใช้สาย (Land Line) ที่เชื่อมต่อกันด้วยสายยูทีพี (UTP) แต่เทคโนโลยีที่มีแนวโน้มมาแทนที่เครือข่ายไร้สายระยะใกล้ คือ ไวแม็กซ์ (WiMAX)

ไวแม็กซ์ (WiMAX) คืออะไร

     ไวแม็กซ์ (WiMAX) ซึ่งย่อมาจากคำว่า Worldwide Interoperability for Microwave Access) คือ ไวแม็กซ์ เป็นเทคโนโลยีบนบรอดแบนด์แบบไร้สาย ตามมาตรฐาน IEEE 802.16

     ไวแม็กซ์ เป็นมาตรฐานที่มีการวิวัฒนาการสำหรับการสร้างเครือข่ายไร้สายแบบหนึ่งจุดเชื่อมต่อไปยังอีกหลายจุดและทำงานได้ในรัศมีเป็นไมล์ๆ ในทำนองเดียวกันกับที่จุดฮอตสปอตขนาดใหย่เลยทีเดียว นอกจากการเชื่อมต่อบรอดแบนด์ได้ในรัศมีเป็นไมล์ๆ แล้ว ไวแม็กซ์ยังมีแอพพลิเคชั่นที่หลากหลาย ณ จุดฮอตสปอต มีช่องสื่อสารภาคพื้นดินไร้สาย และยังสามารถเชื่อมต่อด้วยความเร็วสูงอย่างที่องค์กรธุรกิจต่างๆ ต้องการ บางคนเรียกไวแม็กซ์ว่าเป็นไว-ไฟที่ใส่ยาโด๊ป

คลิกอ่านเพิ่มเติม

     เมื่อเราเดินไปตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงแรม สนามบิน สถานที่ราชการ สถานที่สำคัญ สถานที่สาธารณะตามท้องถนนในเมือง ฯลฯ ถ้าลองสังเกตุจะเห็นว่า มีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้ตามจุดต่างๆ ทั้งเสา ผนังหรือเพดาน โดยกล้องวงจรปิดดังกล่าวส่วนใหญ่ยังคงเป็นกล้องประเภCทเดิม คือใช้งานบนพื้นฐานของระบบอะนาล็อก ซึ่งเรียกกันว่ากล้อง CCTV (CLOSED-CIRCUIT TELEVISION)

คลิกอ่านเพิ่มเติม

     โมเด็มสำหรับอินเทอร์เน็ต ADSL ที่เรารู้จักกันดีมักจะเป็นโมเด็มที่ใช้พอร์ต USB ซึ่งเป็นโมเด็มที่นิยมใช้กันในช่วงแรกๆ ที่ ADSL เข้ามาในบ้านเราแต่ต้องติดตั้งไดรเวอร์ด้วยทำให้เกิดความไม่สะดวกสำหรับผู้ใช้ที่ไม่คุ้นเคยหรือไม่เคยทำเพื่อลดความยุ่งยากตรงจุดนี้จึงมีโมเด็มแบบอีเทอร์เน็ตเข้ามาแทน ซึ่งเป็นโมเด็มที่ต้องใช้การ์ดแลนควบคู่ไปด้วย เนื่องจากคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันจะมีการ์ดแลนติดตั้งมาให้แล้ว (LAN on board) ทำให้การติดตั้งโมเด็มง่ายขึ้น โมเด็มแบบอีเทอร์เน็ตนี้ไม่จำเป็นต้องติดตั้งไดรเวอร์ เพียงแค่ต่อสายแลน (สาย UTP) เข้ากับโมเด็มและพอร์ตการ์ดแลนแล้วเสียบปลั๊กเปิดสวิตช์ จากนั้นสร้างคอนเน็กชันเหมือนกับการใช้โมเด็ม 56 K ใส่ชื่อผู้ใช้กับรหัสผ่านและหมุนโมเด็มเท่านั้นก็ใช้งานได้แล้ว

คลิกอ่านบทความเพิ่มเติม

     ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจความหมายของ VLAN ก่อน VLAN ย่อมาจาก VIRTUAL LAN เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการจำลองสร้างเครือข่าย LAN แต่ไม่ขึ้นอยู่กับการต่อทางกายภาพเช่น สวิตช์หนึ่งตัว (SWITCH) สามารถใช้จำลองเครือข่าย LAN ได้ห้าเครือข่าย หรือสามารถใช้สวิตช์สามตัวจำลองเครือข่าย LAN เพียงหนึ่งเครือข่าย

     การสร้าง LAN ในเครือข่ายสวิตชิ่งหรือเอทีเอ็ม เพื่อทำให้กลุ่มของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สามารถเชื่อมโยงกันเป็นกลุ่มแบบ Logical โดยมีสถานภาพการทำงานเหมือน LAN คือ ในกลุ่ม VLAN เดียวกันสามารถกระจายข่าวสารระหว่างกัน สถานะการทำงานโดยรวมจะทำให้เหมือนหรือคล้ายสถานะ LAN ที่ใช้ในการเชื่อมโยงแบบเราเตอร์เดิม

คลิกอ่านบทความเพิ่มเติม

     หากเราต้องการสร้างเครือข่ายส่วนตัวสำหรับใช้งานในบ้านหรือเพื่อแชร์ไฟล์กับเพื่อนหรือแม้แต่คนในครอบครัว แต่ไม่อยากลงทุนซื้อเน็ตเวิร์กการ์ด เรามีวิธีการเชื่อมต่ออีกแบบหนึ่ง โดยผ่านสายและพอร์ต USBมาทดลองทำกันโดยไม่ต้องใช้เน็ตเวิร์กการ์ดและพอร์ตอีเทอร์เน็ตเลยแม้แต่น้อย

     เริ่มจากตรวจดูว่าคุณมีพอร์ต USB อยู่หรือไม่ โดยปกติโน้ตบุ๊กจะมาพร้อมกับ 1-2 พอร์ตมาตรฐาน ส่วนพีซีมีตั้งแต่ 2 - 6 พอร์ตมาตรฐาน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าพอร์ต USB เป็นที่นิยมใช้งานกันอย่างมาก เช่น การต่ออุปกรณ์เสริม เพราะเป็นพอร์ตที่ใช้ง่ายและสะดวกสบายมาก ซึ่งระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟต์ที่สนับสนุนพอร์ต USB นั้น ได้แก่ วินโดวส์ 95, 98, Me, 2000, XP และ vista (ไม่สนับสนุนบน MS DOS, NT)

คลิกอ่านเพิ่มเติม